ผู้บริหาร

ดร.มนูญ มุกข์ประดิษฐ์
ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา
เมนูโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน
สัญลักษณ์โรงเรียน
วิสัยทัศน์ / พันธกิจ / เป้าหมาย
เอกลักษณ์ของโรงเรียน
อัตลักษณ์โรงเรียน
คำขวัญประจำโรงเรียน
หลักสูตรที่เปิดสอน
วิสัยทัศน์อนุบาล
เพลงโรงเรียน
ปฏิทินกิจกรรม
ข้อมูลอาคารสถานที่
คณะกรรมการนักเรียน
Facebook
VDO กิจกรรมโรงเรียน
โครงการภาษาอังกฤษ
บรรยากาศภายในโรงเรียน
แบบสำรวจความคิดเห็น
เว็บไซต์ใหม่โรงเรียนเป็นอย่างไร
ดีเยี่ยม
ดี
พอใช้
ปรับปรุง
ดูผลโหวด
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 27/01/2015
ปรับปรุง 24/07/2017
สถิติผู้เข้าชม 397370
Page Views 665015
ผลงานนักเรียน
ยีนเเละโครโมโซม
วิชา ชีว
รายละเอียดผลงาน

1.โครงงาน เรื่อง  การถ่ายทอดยีนและโครโมโซม

2.รายชื่อผู้ทำโครงงาน

นายณัฐพงค์         โหราตัญญู     เลขที่

นางสาวชนัดดา     สุขโสม          เลขที่ 4

นายบวรภัค           ยี่หวา           เลขที่  11

นางสาวทิพวรรณ   วินิจสร         เลขที่  15

3.ครูที่ปรึกษา

อาจารย์วรเดช   สิงห์โท

อาจารย์วรภรณ์   ธรรมนิยม

4.ระยะเวลาดำเนินงาน

6 มิ.ย - 29 ส.ค  2560

5.แนวคิดที่มาและความสำคัญ

6.วัตถุประสงค์

1.นำความรู้มาศึกษาต่อเพื่อความรู้เพิ่มเติมในอนาคต

7.หลักการและทษฎี

   1. ทฤษฏีการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นแบบนำเสนอเนื้อหาร และ คลิป วีดีโอ

    2. เนื้อหาสาระจากแบบเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต โดยแยกเนื้อหาเป็นหัวข้อย่อยต่างๆ 

    3. การสร้างเนื้อหาบทเรียน จะทำในลักษณะบทเรียนแบบหัวข้อย่อย ซึ่งจะประกอบด้วยตัวละคร ดำเนินเรื่องโดยมีการบรรยาย ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ประกอบเนื้อหาในแต่ละตอน  

 

8.วิธีดำเนินงาน

ขั้นตอนการดำเนินงาน                          วัสดุ อุปกรณ์                          งบประมาณ                           ผู้รับผิดชอบ

1. ศึกษาค้นคว้าวางแผน                       computer                        ................                              ทุกคน

2. ทำแบบเสนอโครงงาน                        computer                       ................              นางสาวชนัดดา     สุขโสม 

3. ออกแบบบทเรียน                              computer                            ……………               นายบวรภัค           ยี่หวา          

4. สร้างและพัฒนาสื่อ                           computer                           .…………..               นางสาวทิพวรรณ   วินิจสร        

5.สรุปนำเสนอ                                          computer                     .............                                   ทุกคน

 

 

 

 

9.ขั้นตอนการปฎิบัติ

วัน/เดือน/ปี                                                             กิจกรรม                                                                  ผู้รับผิดชอบ

พ.ค. 2560                                              1) ศึกษาค้นคว้าข้อมูลวางแผน                                         ทุกคน

พ.ค. 2560                                              2) ทำแบบเสนอโครงงาน                                                   ทุกคน

มิ.ย. 2560                                              3) ออกแบบบทเรียน สร้างและพัฒนาสือ                           ทุกคน

ก.ค. 2560                                             4) นำเสนอ                                                             

10.ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.เพื่อประยุกต์วิชา computer และ วิชา ชีวะวิทยาศาสตร์

2.เพื่อนำวิชา computer ไปสานต่อความรู้เพิ่มเติมในวิชาอื่น

11เอกสารอ้างอิง

หนังสือเรียน ชีวะวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

12.ผลการพิจารณาโครงงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องยีนละโครโมโซม

1. การถ่ายทอดยีนและโครโมโซม ในการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจะมีหน่วยควบคุมลักษณะ (genetic unit) ควบคุม สิ่งมีชีวิต ให้มีรูปร่าง และลักษณะเป็นไปตามเผ่าพันธุ์ของพ่อแม่ เรียกว่า ยีน ดังนั้นยีนจึงทาหน้าที่ ควบคุมการถ่ายทอดลักษณะต่างๆ จากบรรพ บุรุษไปสู่รุ่นหลาน ลักษณะต่างๆ ที่ถ่ายทอดไปนั้นพบว่าบางลักษณะไม่ปรากฎใน รุ่นลูกแต่อาจจะปรากฎใน รุ่นหลานหรือเหลนก็ได้จึงมีผลทาให้เกิดความ แตกต่างกันของลักษณะทางพันธุกรรม จนมีผลทาให้สิ่งมีชีวิตเกิดความ หลากหลาย แต่การสะสมลักษณะทางพันธุกรรมจานวนมากทาให้เกิดสปีชีส์ต่างๆ และสามารถดารงเผ่าพันธุ์ไว้ได้จนถึงปัจจุบัน

2. สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่แต่ละชนิดประกอบขึ้นด้วยเพศที่แตกต่างกัน คือ เพศผู้ และเพศเมีย ลูกที่เกิดขึ้น จะพัฒนามาจากเซลล์เพศผู้ คือ สเปิร์ม(Sperm) และเซลล์เพศเมีย คือ เซลล์ไข่ (Egg) มารวมตัวกัน เป็นไซโกต Zygote โดยกระบวนสืบพันธุ์ ดังนั้น ยีนจากพ่อและแม่น่าจะมี การถ่ายสู่ลูกด้วย กระบวนการดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงของโครโมโซมขณะที่มีการแบ่งเซลล์ และทาให้รู้จัก การแบ่งเซลล์ใน 2 ลักษณะ คือ

-การแบ่งเซลล์แบบ ไมโทซิส (Mitosis)

- การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส (Meiosis)

3. การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (Mitosis)

4. การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส (Meiosis)

5. ข้อเปรียบเทียบการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซิส ไมโทซิส (Mitosis)

-เป็นการแบ่งเซลล์ของร่างกาย เพื่อเพิ่มจานวนเซลล์ เพื่อการ เจริญเติบโต หรือการสืบพันธุ์ ในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว

- เริ่มจาก 1 เซลล์แบ่งครั้งเดียวได้เป็น 2 เซลล์ใหม่

-เซลล์ใหม่ที่เกิดขึ้น 2 เซลล์ สามารถแบ่งตัวแบบไมโทซิสได้ อีก

-การแบ่งแบบไมโทซิส จะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ ระยะไซโกต และ สืบเนื่องกันไปตลอดชีวิต

- จำนวนโครโมโซม หลังการแบ่งจะเท่าเดิม (2n) เพราะไม่มี การแยกคู่ ของโฮโมโลกัสโครโมโซม

 -ไม่มีไซแนปซิส ไม่มีไคแอสมา และไม่มีครอสซิงโอเวอร์

- ลักษณะของสารพันธุ์กรรม (DNA) และโครโมโซมในเซลล์ใหม่ ทั้งสองจะเหมือนกันทุกประการ ไมโอซิส (Meiosis)

- โดยทั่วไป เกิดกับเซลล์ ที่จะทาหน้าที่ ให้กาเนิดเซลล์สืบพันธุ์ จึงเป็นการแบ่งเซลล์ เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์

-เริ่มจาก 1 เซลล์ แบ่ง 2 ครั้ง ได้เป็น 4 เซลล์ใหม่

-เซลล์ใหม่ที่เกิดขึ้น 4 เซลล์ ไม่สามารถแบ่งตัวแบบไมโอซิสได้ อีก แต่อาจแบ่งตัวแบบไมโทซิสได้

- ส่วนใหญ่จะแบ่งไมโอซิส เมื่ออวัยวะสืบพันธุ์เจริญเต็มที่แล้ว หรือเกิดในไซโกต ของสาหร่าย และราบางชนิด

-จำวนโครโมโซม จะลดลงครึ่งหนึ่งในระยะไมโอซิส เนื่องจาก การแยกคู่ ของโฮโมโลกัสโครโมโซม ทาให้เซลล์ใหม่มีจานวน โครโมโซมครึ่งหนึ่ง ของเซลล์เดิม (n) --เกิดไซแนปซิส ไคแอสมา และมักเกิดครอสซิงโอเวอร์

- ลักษณะของสารพันธุกรรม และโครโมโซมในเซลล์ใหม่ อาจ เปลี่ยนแปลง และแตกต่างกัน ถ้าเกิดครอสซิงโอเวอร์

6. ข้อเปรียบเทียบการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซิส

7. สมมติฐานของวอลเตอร์ เอส ซัตตัน (WalterS. Sutton) ใน ระหว่างปี ค.ศ. 1902-1903 หลังจากที่ ผลงานของเมนเดล ได้รับความสนใจจากนักชีววิทยาไม่มาก นัก วอลเตอร์ เอส ซัตตัน (Walter S. Sutton) นัก ชีววิทยาชาวอเมริกันทาการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ พฤติกรรมของโครโมโซม วอลเตอร์ ซัตตัน (WalterSutton) เสนอ ทฤษฎีโครโมโซม ในการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรม (chromosome theory of inheritance) โดยเสนอว่า สิ่งที่เรียกว่าแฟกเตอร์จากข้อเสนอของเมนเดล ซึ่งต่อมาเรียกว่า ยีน นั้นน่าจะอยู่ บนโครโมโซม

8. ยีนและโครโมโซม มีความสอดคล้องกันกัน ดังนี้

- ยีนมี 2 ชุด และโครโมโซมก็มี 2 ชุด

- ยีนและโครโมโซมสามารถถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกหลาน

- ขณะที่มีการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส โครโมโซมมีการเข้าคู่กัน และต่างแยกจากกัน ไปยังเซลล์ลูกทีเกิดขึ้นคนละเซลล์ ซึ่งลักษณะเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นได้กับยีนโดยมีการ แยกตัวของแอลลีลทั้งสองไปยังเซลล์สืบพันธุ์

- การแยกตัวของโครโมโซมที่เป็นคู่กันไปยังขั้วเซลล์ ขณะที่มีการแบ่งเซลล์ แต่ละคู่ นั้นดาเนินไปอย่างอิสระเช่นเดียวกันกับการแยกตัวของแอลลีลไปยังเซลล์สืบพันธุ์

9. ยีนและโครโมโซม มีความสอดคล้องกันกัน ดังนี้

- ขณะเกิดการสืบพันธุ์ การรวมตัวกันของเซลล์ไข่และสเปิร์มเกิดเป็นไซโกตเป็นไป อย่างสุ่ม ทาให้การรวมตัวกันระหว่างชุดโครโมโซมจากเซลล์ไข่และสเปิร์มเป็นไป อย่าง สุ่มด้วย ซึ่งเหมือนกับการที่ชุดของแอลลีลในเซลล์สืบพันธุ์ของแม่เชื่อมการ สืบพันธุ์ ก็เป็นไป อย่างสุ่มเช่นกัน

-ทุกเซลล์ที่พัฒนามาจากไซโกตจะมีโครโมโซมครึ่งหนึ่ง จากแม่และอีกครึ่งหนึ่งจาก พ่อ ส่วนยีนครึ่งหนึ่ง ก็มาจากแม่และอีกครึ่งหนึ่งก็มาจากพ่อเช่นกันทาให้ลูกที่เกิด มาจึงมีลักษณะ แปรผันไปจากพ่อและแม่

10. การค้นพบสารพันธุกรรม สารพันธุกรรม คือ สารชีวโมเลกุล (Biomolecules) ที่ทาหน้าที่เก็บข้อมูลรหัส สาหรับการทางานของของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เอาไว้ และเมื่อสิ่งมีชีวิตมีการสืบพันธุ์ เช่น เซลล์มีการแบ่งเซลล์ ก็จะมีการแบ่งสารพันธุกรรมนี้ไปยังเซลล์ที่แบ่งไปแล้ว ด้วย โดยยังคงมีข้อมูลครบถ้วนสาร ชีวโมเลกุลที่ทาหน้าที่เป็นสารพันธุกรรมใน เซลล์ของสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ซึ่งพบได้จาก นิวเคลียสของเซลล์ เรียกรวมว่า กรดนิว คลีอิค (Nucleic acids) โดยคุณสมบัติทางเคมีแบ่ง กรดนิวคลีอิคลงได้เป็นสอง ชนิดย่อย คือ อาร์เอ็นเอ (RNA – Ribonucleic acid) และ ดีเอ็นเอ (DNA – Deoxyribonucleic acid) สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่มีสารพันธุกรรมเป็น ดีเอ็นเอ, ยกเว้น ไวรัสบางชนิดเป็น อาร์เอ็นเอ (ไวรัสส่วนมาก มีสารพันธุกรรมเป็น ดีเอ็นเอ)

11.กริฟฟิทสรุป ว่ามีสารบางชนิดจากเชื้อแบบ S ที่ตายแล้วเคลื่อนย้ายเข้าไปใน เซลล์ R ที่มีชีวิต ทาให้เซลล์ R แปรสภาพ (transform) ไป เป็นเซลล์แบบ S จึงทาให้หนูตาย สารที่ทาให้เซลล์ R แปร สภาพเคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ในเซลล์ R อย่างถาวร และการ ถ่ายทอดต่อไปยังเซลล์รุ่นถัดไปด้วย

12. โครโมโซม หน่วยพันธุกรรม หรือ ยีน คือ ส่วนหนึ่งของโครโมโซม (Chromosome segment) ที่ถอดรหัส (encode) ได้เป็นสายโพลีเปปไตด์หนึ่ง สายที่ทางานได้ (single functional polypeptide) หรือได้เป็นอาร์เอ็นเอ ยีน ประกอบด้วย ส่วนที่ สามารถถอดรหัสเป็นอาร์เอ็นเอได้ เรียกว่า exon และ บริเวณที่ไม่สามารถ ถอดรหัสได้ เรียกว่า intron

13. ดีเอ็นเอ หรือว่า อาร์เอ็นเอ ก็ได้ แต่ในสิ่งมีชีวิตชั้นสูงนั้นจะเป็นดีเอ็นเอหมด เพราะเสถียรมากเหมาะแก่การ เก็บข้อมูล ขณะที่อาร์เอ็นเอ จะพบในพวกไวรัส ยีนทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตหรือเซลล์จะรวมเรียกว่า จีโนม และโครงสร้างของจีโนม ในพวกโพรคารีโอตและยูคารีโอตจะแตกต่างกัน ถ้ายีนเกิดผิดไปจากปกติเรียกว่า การกลายพันธุ์ ซึ่งเกิดเองตามธรรมชาติหรือถูกกระตุ้นให้เกิดก็ได้ โดยส่วนมาก แล้วเมื่อยีนเกิดผิดปกติไปจะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชิวิตนั้นมากกว่า ผลดี เช่น ในคน สามารถทาให้ป่วย เจ็บไข้ หรือถึงแก่ชีวิตได้ โรคที่เกิดจากสาเหตุนี้เรียกว่า โรค ทางพันธุกรรม

15. จีโนม (Genome) โพสเมื่อ : 04 ก.ค. 2560,09:42   อ่าน 33 ครั้ง